Menu

พิธีแถลงข่าวประเพณีแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทานฯ จังหวัดบุรีรัมย์ และบวงสรวงเจ้าพ่อวังกรูด ประจำปี 2558

 

องค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วกับเทศบาลตำบลสตึก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวงานมหกรรมแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2558 ณ ศาลเจ้าพ่อวังกรูด เพื่อทำพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อวังกรูดของชาวเรือท้องถิ่น

       วันนี้ (18 ตุลาคม 2558) เวลา 09.00 น. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ รองนายก อบจ.บุรีรัมย์ อดีต ส.ส.จังหวัดบุรีรัมย์ ประธานดำเนินการจัดงานแข่งขันฯ นายธีรพล สกุลรักษ์ นายอำเภอสตึก นางวิมลนันท์ ทิมาตฤกะ นายกเทศมนตรีตำบลสตึก และคณะกรรมการดำเนินการจัดงานแข่งขันเรือยาว จังหวัดบุรีรัมย์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2558 แถลงข่าวงานมหกรรมแข่งขันเรือยาวฯ ณ ศาลเจ้าพ่อวังกรูด ริมฝั่งแม่น้ำมูล อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไทยPBS ส่วนราชการทุกภาคส่วนในระด้บจังหวัด อำเภอ เทศบาลอบต. องค์กร ชุมชน พ่อค้าประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยมีเรือเข้าแข่งขัน จำนวน 37 ลำ แบ่งเป็น ประเภทเรือไม้ ก 55 ฝีพาย จำนวน 9 ลำ เรือไม้ ข จำนวน 40 ฝีพาย 14 ลำ และเรือท้องถิ่น (เรือเหล็ก) 14 ลำ (36 ฝีพาย) ชมขบวนเห่เรือ 3 ลำ คือเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่อนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาในลำน้ำมูล

       งานประเพณีแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดขึ้นที่ลำน้ำมูล บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 72 พรรษา ในอดีตของการแข่งขันเรือยาว ระยะเริ่มแรกของการแข่งขันจะเป็นประเพณีเทศกาลของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำมูล ซึ่งในฤดูน้ำหลาก จะนำเรือซึ่งเป็นพาหนะสัญจรและเป็นพาหนะในการหาปลา มาทำการแข่งขันเพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี ความผูกพันกับสายน้ำแห่งวิถีชีวิต และเป็นการบวงสรวงหลวงพ่ออุดม เจ้าพ่อวังกรูดและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พี่น้องริมสองฝั่งลำน้ำมูลนับถือ เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2480 จนถึงปัจจุบัน การแข่งขันเรือยาวในลำน้ำมูล แบ่งออกเป็น 3 ยุค ยุคที่ 1 ยุค "เริ่มแรกหรือก่อตั้ง" เริ่มแข่งขันตั้งแต่ปี พ.ศ.2480-2519 เรือที่ใช้แข่งขันเป็นเรือที่ใช้สัญจรไปมา มีการขุดและพัฒนาเรือแข่งขันให้มีความยาวมากขึ้น ยุคที่ 2 ยุค "โลหะ" ประมาณปี พ.ศ.2520 นายสุชาติ รัมมะรัตน์ นายอำเภอสตึก ให้ชาวบ้านต่อเรือโลหะ ฝีพายไม่เกิน 36 คน และในปี พ.ศ.2529 ใช้ชื่อว่าศึกชิงจ้าวยุทธจักรลำน้ำมูล นอกจากประเพณีแข่งขันเรือยาว ดังกล่าวแล้ว ทางคณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบร่วมกันให้จัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นอีกคือ การแข่งขันช้างว่ายน้ำ ประกวดกองเชียร์ทีมเรือต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน และ ยุคที่ 3 ยุค "ปัจจุบัน" ตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา มีการเชิญเรือไม้ขนาดกลาง ไม่เกิน 40 พาย เรือไม้ขนาดใหญ่ไม่เกิน 55 ฝีพาย จากจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมแข่งขัน

       อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ในปัจจุบัน เป็นอำเภอขนาดใหญ่ ที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อรองรับเมืองด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา ที่มีอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ที่หลากหลายที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เป็นลูกหลานรัชกาลที่ 1 ที่มีชาวขะแมร์เลอ (บน) กูย (อะจีง) ลาวเวียง -ลาวกาว จีนโพ้นทะเล ไทย-โคราช แขก (บังคลาเทศ) ได้เข้ามาอาศัยร่มพระบรมโพธิสมภาร ตลอดมาตั้งแต่โบราณกาล จนเรียกชื่อหมุ่บ้านริมฝั่งแม่น้ำมูลว่า เซราะตึก (เซราะ แปลว่า หมุ่บ้าน ส่วนคำว่าตึก แปลว่าน้ำ หรือตาถึก ซึ่งเป็นนายด่าน) และได้กลายเป็นคนไทยโดยมีท่านหลวงอุดม เป็นหัวหน้าคณะที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล เป็นหัวหน้าปกครองดูแลทุกข์สุขของราษฏร จนเป็นที่นับถือ จนถึงวาระที่ท่านเสียชีวิต ศาลหลวงพ่ออุดม ตั้งอยู่บริเวณเดียวกันกับศาลเจ้าพ่อวังกรูด เป็นที่เคารพนับถือของชาวเรือที่สัญจนผ่านไปมา

       พิธีบวงสรวงของชาวเรือและการแถลงข่าวการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ ณ ศาลเจ้าพ่อวังกรูด ริมฝั่งลำน้ำมูล ประจำปี 2558 โดย ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาเจ้าพ่อวังกรูด อ่านโองการ (นายรังสิกร ทิมาตฤกะ) พราหมณ์ทำพิธีอัญเชิญเทพยดา (นายสีลา เที่ยงธรรม) พระสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ (หลวงพ่อเมี้ยน) การแสดงกันตรึมพื้นเมืองของชาวไทยเขมร ศิลปินพื้นบ้าน จากอ.สตึก จ.บุรีรัมย์ การแสดงรำอัปสรา จากนักเรียนโรงเรียนสตึก (สพม. เขต 32) การแสดงยุทธหัตถีของช้างแสนรู้ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ (พลายหนุ่มเสก และพลายทองคำ) ประธานในพิธีและคณะแถลงข่าว เป็นอันเสร็จพิธี

       กิจกรรมที่เป็นจุดเด่นของงานมหกรรมปีนี้คือ การแข่งขันช้างว่ายน้ำข้ามลำน้ำมูล ระหว่างช้างจังหวัดสุรินทร์และช้างจังหวัดบุรีรัมย์ ในอดีตที่ผ่านมาบริเวณพื้นที่ดังกล่าว เป็นแหล่งช้างป่าที่ถูกจับมาฝึกหัดให้เชื่องกลายเป็นช้างเลี้ยง(ช้างบ้าน) ที่ชาวกูยอะจีง หรือเรียกกันว่า กุยเลี้ยงช้างทีอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาหลายพันปี ก่อนอาณาจักรเจนละรุ่งเรือง ความผูกพันระหว่างคนและช้างสืบสานวัฒนธรรมมาจนถึงปัจจุบัน กลายเป็นอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ที่โดดเด่น ในพื้นที่อำเภอสตึก มีชาวกูยอะจีง (กูยเลี้ยงช้าง) อยู่ในพื้นที่หลายหมู่บ้าน ส่วนมากจะอาศัยอยู่ที่ตำบลท่าม่วง จากทะเบียนช้างบ้าน ที่มีจำนวนช้างถึง 240 เชือก และหมู่บ้านพิมานโพนเงิน เป็นหมู่บ้านเลี้ยงช้างที่มากที่สุด จำนวน 50 กว่าเชือก ช้างเหล่านี้กระจายอาศัยอยู่ตามปางช้างและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ

       ในอดีตคนเลี้ยงช้างจะนำช้างปล่อยหากินริมฝั่งมูล ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าบุ่งป่าทามอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในลุ่มแม่น้ำมูล ตอนเย็นช้างก็จะเดินทางกลับยังหมู่บ้านจนเรียกเส้นทางที่ช้างเดินว่า ถนนท่าช้าง จนถึงปัจจุบัน จากการที่ช้างเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติไทย และรัฐบาลกำหนดให้วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันช้างไทย ช้างอำเภอสตึก มีความสามารถในด้านต่าง ๆ อาทิการแสดงภาพยนตร์ การแสดงงานช้าง งานประเพณีต่าง ๆ นอกจากนี้ ไฮไลท์ของปีนี้ เป็นการแข่งขันช้างว่ายน้ำแข่งขันกับคน คือ นางสาวนิสา ร่มเย็น ลูกหลานชาวอำเภอสตึก นักกีฬาฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดปัจจุบัน

      นอกจากนี้งานมหกรรมแข่งขันเรือยาวฯ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม -1 พฤศจิกายน 2558 ภาคกลางคืนจะมีเวทีแสดงความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม อาทิ การแสดงหางเครื่อง การประกวดร้องเพลง การแสดงโชว์ การประกวดสาวงามเซราะกราว สาวสวยเซราะแอง และสาวสวยชาวเรืออีสาน ชม ชิม ช้อป อาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ ที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และชมการซ้อมเรือกลางคืนของเรือท้องถิ่น ที่กล่าวกันว่าเป็นสนามแข่งเรือที่สวยที่สุดในประเทศไทย.../

 

ผู้เขียน : ดร.สุวัฒน์ อุ่นทานนท์ ประชาสัมพันธ์/ถ่ายภาพ งานมหกรรมแข่งขันเรือยาวฯ
ภาพ : ดร.สุวัฒน์ อุ่นทานนท์

 
     
     
     
     
   
นายรังสิกร ทิมาตฤกะ รองนายกอบจ.บุรีรัมย์ อดีตส .ส.จังหวัดบุรีรัมย์ ประธานดำเนินการแข่งขัน
 
     
     
     
     

การค้นหาอัจฉริยะ (Smarts Search Contents)

ข่าวล่าสุด (ทุกหมวดข่าว)

ข่าวยอดนิยม (ทุกหมวดข่าว)

FANPAGE : ICT BURIRAM 4 CLUB

Go to top